แซดทีอี ส่ง Blade S7 สมาร์ทโฟนสุดล้ำเอาใจสาวกเซลฟี่ มาพร้อมกล้องคู่ (หน้า-หลัง) คมชัดถึง 13 ล้านพิกเซล

By | November 22, 2015

image001กรุงเทพฯ– แซดทีอี ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือชั้นนำของโลก เดินหน้าบุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมต่อเนื่อง เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ZTE Blade S7 (แซดทีอี เบลด เอสเซเว่น) ด้วยราคา 11,900 บาท มาพร้อมกับฟีเจอร์ถ่ายภาพสุดพิเศษกล้องหน้า13 ล้านพิกเซล เอาใจสาวกเซลฟี่ทั้งหลาย โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ เขียวมะนาว (Lemon Green), ทอง (Rose Gold), ขาว (Diamond White), เทา (Space Gray) พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้

มร.แจ็คกี้ ฉาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โทรศัพท์มือถือแซดทีอี กล่าวว่า “เรายินดีที่จะยืนยันการวางจำหน่ายของ ZTE รุ่น Blade S7 ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมล่าสุดและฟีเจอร์ความสนุกอีกมากมาย แซดทีอีรับฟังความต้องการของลูกค้าเสมอมา และเราต้องการส่งมอบโทรศัพท์มือถือที่ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่ดีเยี่ยมในอีกขั้นหนึ่ง”

ZTE Blade S7 ให้ความละเอียดของกล้องด้านหน้าอยู่ที่ 13MP พร้อมแฟลชหน้า และฟังก์ชั่นการตรวจจับโฟกัสอัตโนมัติ การถ่ายภาพพาโนรามาด้วยกล้องหน้า และ ถ่ายหน้าสวยเนียนเรียว ซึ่งสามารถปรับได้ถึง 14 แบบ สำหรับด้านหลังตัวเครื่อง ความละเอียดของกล้องอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล เพื่อสนับสนุนการถ่ายภาพแบบโหมดมืออาชีพ (ปรับแต่งเอง) และโหมดอัตโนมัติ ฟีเจอร์ที่เลือกจุดโฟกัสได้ (Selective Focus) เลเซอร์โฟกัสภาพอัตโนมัติ (Laser auto focus) ด้วยความเร็วเพียง 0.1 วินาที และมีความแม่นยำ แม้ถ่ายในสภาพแสงน้อย

ZTE Blade S7 มาพร้อมกับเวอร์ชั่นฉบับปรับปรุงของ Intuitive Gesture Control การเคลื่อนไหวร่างกาย หรือแสดงท่าทางเพื่อเข้าสู่เมนูต่างๆ ในเครื่อง แม้ขณะหน้าจอล็อค ซึ่งคุณสมบัตินี้พัฒนามาจาก Smart Sense ในรุ่น Blade S6 โดย Intuitive Gesture Control สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ ให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น อาทิเช่น การออกท่าทาง เพื่อปิดเสียง (Mute) เพื่อเปิดใช้งานกล้องถ่ายรูป เพื่อฟังเพลง เพื่อรับโทรศัพท์ ฯลฯ รวมถึงฟีเจอร์ Magic Gesture ที่ผู้ใช้สามารถใช้ปลายนิ้ววาดตัวอักษรบนหน้าจอที่ล็อคเพื่อเปิดการใช้งานในแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้เลย

ในส่วนของการรักษาความปลอดภัย ZTE Blade S7 สามารถใช้การปลดล็อคหน้าจอ ปลดล็อครูปภาพ หรือปลดล็อคแอพพลิเคชั่น ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) ซึ่งจะอยู่บริเวณปุ่มโฮมที่หน้าจอ โดยการสแกนลายนิ้วมือนี้ สามารถใช้ลายนิ้วมือที่แตกต่างกันได้ ระหว่างการปลดล็อคหน้าจอ หรือปลดล็อคแอพพลิเคชั่น (ฟีเจอร์ One Press Launch)

ในส่วนของระบบปฏิบัติการที่มาพร้อมกับตัวเครื่องนั้นจะเป็น Android เวอร์ชั่น 5.1.1 Lollipop ครอบทับด้วย MiFavor 3.2 UI หน่วยประมวลผล Qualcomm 64-Bit SnapDragon 615 Processor โดยมีหน่วยความจำหลัก 3 GB (DDR3 RAM) และหน่วยความจำถาวรหรือหน่วยความจำในตัวเครื่อง 32GB (eMMC internal storage ) โดยสามารถรองรับ Micro SD ได้สูงสุด 64GB

การออกแบบกรอบด้านข้างตัวเครื่องด้วยวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์พร้อมความบางเพียง 7.2 มม. และกรอบหน้าจอที่บางมากทำให้พื้นที่แสดงผลเพิ่มขึ้น คิดเป็น 72.1% จากตัวเครื่อง โดย ZTE Blade S7 มีจอภาพขนาด 5 นิ้ว แบบ FullHD (1920x1080p) และดีไซน์กระจกหน้าจอแบบโค้ง (2.5D Curved Edge) เสริมประสิทธิภาพการป้องกันด้วยแผ่นกระจกแบบ Gorilla Glass 3

สาวกเซลฟี่สามารถพบกับ ZTE Blade S7 ได้แล้ววันนี้ ที่ตัวแทนจำหน่าย ของ ZTE หรือติดตามความเคลื่อนไหว และกิจกรรมสนุกๆ ผ่านเว็บไซต์ www.zte.co.th และเฟซบุ๊ค www.facebook.com/ztedevicethailand.

# # #

เกี่ยวกับ ZTE Mobile Device

ZTE Mobile Device เป็นส่วนหนึ่งของ ZTE Corporation ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์โทรคมนาคม เครือข่าย และโทรศัพท์มือถือระดับโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนครเซินเจิ้น ประเทศจีน ZTE เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกงและเซินเจิ้น
ZTE เป็นสมาร์ทโฟนที่เป็นผู้สนับสนุนทีมบาสเกตบอล NBA 3 ทีมดังอย่างเป็นทางการ คือ ทีม The New York Knicks, Houston Rockets, และ Golden State Warriors ซึ่งก่อนหน้านี้ ทาง ZTE ได้มีการสนับสนุนทีม Houston Rockets ในปีที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ต่อมาจึงได้สนับสนุนเพิ่มอีกสองทีม

 

ZTE เป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมการผลิตโทรศัพท์มือถือ โดยนำเสนออุปกรณ์สื่อสารประเภท mobile device ครบครัน ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต บรอดแบนด์โมเด็ม รวมทั้งอุปกรณ์ในกลุ่ม hotspot และ family desktop integration terminal

 

ZTE มีข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ 47 ใน 50 ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชั้นนำของโลก นอกจากนี้ ZTE ยังเป็นบริษัทเดียวในโลกที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ใน Top-3 โดย WIPO (World Intellectual Property Organization) ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2010-2014) ในส่วนของการยื่นขอจดสิทธิบัตร