กระทรวงศึกษาฯ หนุนสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เดินหน้า จัดทำมาตรฐานเพื่อยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษ

By | March 6, 2016

vlcsnap-2531-01-27-13h32m34s794สถาบัน คุณวุฒิวิชาชีพ  (องค์การมหาชน) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการผลักดันนโยบายยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษของ บุคลากรทุกกลุ่ม  ด้วยการจัดทำมาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นมาตรฐานกลางที่สถาบันการศึกษาและหน่วยงานทดสอบสามารถใช้จัดทำหลัก สูตรการเรียนการสอนและพัฒนาการประเมินสำหรับนักเรียน  นักศึกษา   ตลอดจนจัดระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษสำหรับวิชาชีพ  เพื่อเพิ่มศักยภาพคนไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นาย แพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “การยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องร่ง ดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้โดยเร็ว  โดยตั้งเป้าหมายหน้าตาความสำเร็จของความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่อยู่บน มาตรฐาน   ซึ่งมีตัวประเมินเป็นตัวกำหนด
การ จัดทำมาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาการเรียนการสอนและการประเมินภาษาอังกฤษของนัก เรียน นักศึกษาทุกหลักสูตร  ทุกระดับชั้น  เนื่องจากมาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษจะกำหนดว่านักเรียนระดับชั้นนี้ ควรใช้ภาษาอังกฤษทำอะไรได้บ้าง  เช่น สามารถฟังอะไรได้เข้าใจระดับไหน  พูดเกี่ยวกับอะไรในลักษณะไหน  รู้คำศัพท์ที่พบเจอบ่อยกี่คำ  เป็นต้น และเพื่อให้ทำสิ่งเหล่านั้นได้นักเรียน นักศึกษาควรจะเรียนอะไรบ้าง  เพราะในแง่ปฏิบัติแล้วหลักสูตรไม่สามารถกำหนดให้นักเรียนเรียนทุกอย่างได้  มาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษจึงเป็นเกณฑ์สำหรับการจัดทำหลักสูตรสำหรับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา”

 

แนวทางการจัดทำมาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษ

พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช  ประธานกรรมการบริหารสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพกล่าวว่า  “สถาบัน คุณวุฒิวิชาชีพ  ในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจด้านการจัดทำมาตรฐานสมรรถนะ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดทำมาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษที่มุ่งเน้นการสื่อสารสำหรับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้น ฐาน  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  ตลอดจนใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดทำข้อสอบกลาง   อีกทั้งเป็นเครื่องบ่งชี้ระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่บุคคลในอาชีพ ต่างๆพึงมีสำหรับเป็นข้อมูลอ้างอิงในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน การพัฒนากำลังคนในสายอาชีพ และการจัดทำหลักสูตรอาชีวศึกษา”    

สถาบัน คุณวุฒิวิชาชีพฯ มุ่งเน้นให้มาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานกลางของประเทศ  ที่อ้างอิงได้ในระดับสากล  โดยได้พัฒนามาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษของคนไทยขึ้นจากกรอบอ้างอิงความ สามารถด้านภาษาของยุโรป  ซึ่งเป็นต้นแบบที่ประเทศจำนวนมาก เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน  และเวียดนาม นำไปปรับใช้  และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งได้ประกาศใช้ Common European Framework of Reference for Languages หรือ CEFR เป็นกรอบความคิดหลักในการจัด
การเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย ทั้งในการออกแบบ หลักสูตร การพัฒนาการเรียนการสอน การวัดผล รวมถึง
การ พัฒนาครู อีกทั้งปรับจุดเน้นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้มุ่งเน้นการสื่อสาร  เพื่อให้นำภาษาอังกฤษไปใช้ในชีวิตประจำวันและเข้าสู่โลกของการทำงานได้จริง

ด้านนายวีระชัย ศรีขจร ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กล่าว ว่า “มาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่เราจัดทำขึ้นแม้จะอ้างอิงกรอบฯ สากล  โดยเทียบเคียงกับระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษทั้งของยุโรปและอเมริกา  แต่มีการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและบริบทการเรียน การใช้ภาษาอังกฤษของคนไทย  เพื่อให้เป็นมาตรฐานกลางของประเทศ   ผลลัพธ์ที่ได้จากมาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษ คือ เมื่อเราเห็นคุณวุฒิความสามารถด้านภาษาอังกฤษบนใบรับรองการจบการศึกษา  เราจะสามารถบอกได้ว่านักเรียน นักศึกษาสามารถใช้ภาษาอังกฤษฟัง พูด อ่านและเขียน ได้ในระดับไหน และคุณวุฒิระดับนั้นเทียบเคียงได้กับระดับใดตามกรอบอ้างอิงฯสากล  สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพพร้อมสนับสนุนให้วิสัยทัศน์ของกระทรวงศึกษาธิการที่ ตั้งเป้าหมายความสำเร็จของความสามารถด้านภาษาอังกฤษบนมาตรฐานที่มีเกณฑ์ ประเมินเป็นเครื่องมือในการกำหนด วัดผลที่เป็นจริงและใช้การได้”

“สถาบัน คุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้ภาษาอังกฤษของหลายสาขาวิชาชีพและของธุรกิจ ขนาดใหญ่  อาทิ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย ประกาศว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการทำงานภายในปี ๒๕๖๑  ทั้งนี้
การ เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการเติบโตทางการค้า การลงทุน  และการท่องเที่ยวทำให้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษเปลี่ยนจากความสามารถพิเศษ เป็นความจำเป็นของผู้สมัครงาน จึงได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดให้มีการบ่งชี้ระดับมาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษของ ๔๐ สาขาอาชีพ  ตั้งแต่ผู้ประกอบอาหารไทย  ซ่อมบำรุงเครื่องบิน  ครูสอนภาษา  ตลอดจนล่าม  โดยจะใช้การสำรวจ  การประชาพิเคราะห์ ร่วมระดมข้อคิดเห็นกับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ  และกระบวนการทางสถิติในการจัดระดับให้เชื่อถือได้” นายวีระชัย กล่าวเพิ่มเติม

เพื่อให้นโยบายยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษสัมฤทธิ์ผล  สถาบันฯพร้อมทำงานร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านหลักสูตร การทดสอบประเมินผล  และกลุ่มวิชาชีพ  เพื่อให้มาตรฐานความสามารถด้านภาษาอังกฤษเป็นมาตรฐานกลางที่ทุกกลุ่มนำไปใช้ เป็นเกณฑ์ได้จริง  อีกทั้งยังพร้อมร่วมมือขับเคลื่อนมาตรฐานฯดังกล่าวกับ สพฐ. สกอ. และ สอศ.  และพัฒนาสมรรถนะผู้สอนภาษาอังกฤษด้วยมาตรฐานสมรรถนะผู้สอนภาษาอังกฤษ  เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับบุคลากรและเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจ  อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  รวมถึงรองรับการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ใช้ภาษา อังกฤษเป็นภาษากลาง