นิทรรศการภาพถ่าย โดย พัฒน์ เสถียรถิระกุล

By | January 15, 2017

A passion in photography at seventeen years old was still the time to remember events through film medium. The curiosity emerged when spotted those beautiful images from magazine, fashion and advertising.

An opportunity to work in a printing company, which worked with various magazines, had gained me more experiences. Also seeing more potentials to understand how is photography so important. Passionate in photography cause me to study aboard in the United state, a new chapter to expand my photographic knowledge in many aspects. It was not only advertising, but also self interest field called “fine art”.

 

Craft was one of my interests. I also wanted to learn how the original photography created their prints. Though taking many historical printing classes, it still not enough to impress myself so that I explored from other media and workshop. I had a chance to demonstrate how to do historical process and involved some group shows which acknowledged me how to install, present and set up my pieces.

 

When returning home, Bangkok, I planned to build the photo studio for people interesting in hand printing named “PH31”. I created some workshops such as darkroom photography, digital negative and etc. We also have printing, film scan, reproduction imagery services.
ผมเริ่มต้นความหลงไหลในการถ่ายภาพตั้งแต่อายุ 17 มันเป็นช่วงที่ได้จดจำเวลาผ่านการถ่ายภาพด้วยฟิล์มและนั่นมันทำให้หวนนึกถึงการดูประสบการณ์ผ่านภาพถ่าย ส่วนสำคัญในความสนใจนนั้นเกิดขึ้นจากความอยากรู้อยากเห็นของตนเองเวลาที่มองภาพในนิตยสารต่างๆ ทั้งอาหาร แฟชั่นหรือแม้กระทั่งในงานโฆษณา

 

เริ่มทำงานด้านออกแบบสิ่งพิมพ์ ทำให้ได้ใกล้ชิดกับการถ่ายภาพแฟชั่นและเริ่มสนใจมากขึ้นเมื่อเริ่มรับโอกาสถ่ายงานสินค้า มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากไปค้นหา เรียนรู้เพิ่มเติมในต่างแดนจนเมื่อปี 2549 ได้ไปเรียนต่อด้านการถ่ายภาพที่อเมริกา มันทำให้ได้เปิดมุมมองของการถ่ายภาพที่เคยเข้าใจมากขึ้นและเริ่มที่จะสนใจการทำงานศิลปเพื่อบ่งบอกตัวตน

 

โดยปกติแล้วเป็นคนที่สนใจในงานฝีมือ ทำให้สนใจกระบวนการเรียนรู้งานอัดภาพในแบบย้อนยุคถึงแม้จะมีวิชาที่สอนแต่คลาสเรียนที่มีนั้นยังมีขีดจำกัดในด้านความรู้และวัสดุที่ใช้จึงได้ทำการศึกษาเองและเรียนรู้ขั้นตอนการอัดจากอาจารย์นอกโรงเรียน ทำให้ในขณะที่เรียนได้เป็นคนที่สาธิตขั้นตอนการอัดในรูปแบบต่างๆและได้มีโอกาสจัดแสดงผลงานกับเพื่อนๆเพื่อให้เข้าใจขั้นตอนการติดตั้งงานศิลป ขั้นตอนการซื้อขาย นำเสนองานให้ห้องภาพ ครั้นเมื่อจบการศึกษาแล้วได้รับเชิญจากทางคณะให้สอนในหัวข้อที่การอัดภาพกับกลุ่มนักเรียนสนใจ

 

เมื่อกลับมา ได้เริ่มสร้างสถานที่ใช้ทำงานอัดภาพโดยเฉพาะในชื่อ PH31เน้นด้านการอัดภาพด้วยมือและเข้าใจขั้นตอนแยกแยะงานศิลปในเชิงภาพถ่าย รับงานผลิตภาพในรูปแบบเก่าให้กับผู้ที่สนใจและรับปรึกษา มีห้องเรียนสอนสำหรับผู้ที่สนใจ

 

Award

2012, Honorable mention prize : Chang Fine art

 

Solo Exhibitions

2015, Minutes at Midnight : Dot art+Suit Sukhumvit 31, BKK

 

Group Exhibitions

2010, Plates and Print : 688 Sutter, SF, CA

2009, Marine Headland : 688 Sutter, SF, CA

2009, Darkness Interpreted : 612 Sutter, SF, CA
Artist Statement

 

These series of photograph started from my interest in space, object and environment among us. The stereotype in lifetime makes me discover the simple way to living. I’m not only look at the beauty of space and subject, but also wanting to record memories in photograph. Rather than show how the place look like, I like to represent the different vision of mine. My subjects are related by human made structure, so that they created the connection in these body of work.

 

Drawing into shape, rhythm and time, My photographs contain simple arrangement and easy to observe. Using extrusive time create some chance to interact with space and people even though they aren’t be record but it connected people to statue. With this technique, i create the silence within my photograph and represent it out of chaos.

 

Platinum print is an important element for this series because it’s archival and freeze the moment it time without change. The tone and texture of print represent

การถ่ายภาพในงานชุดนี้เป็นงานถ่ายเริ่มต้นจากความสนใจในสถานที่, วัตถุ และ สภาพแวดล้อมรอบๆตัวเรา ความวุ่นวายในชีวิตประจำวันทำให้เรามองหาความเรียบง่าย ผมไม่ได้มองความสวยงามแค่เพียงสัมผัส เห็นสถานที่หรือวัตถุ แต่มันเป็นการบันทึกจินตนาการลงบนภาพถ่ายเพื่อทำให้คนที่อยู่ล้อมรอบรู้สึกแตกต่างกับสิ่งที่ปรากฎในสายตาคนทั่วไป สิ่งก่อสร้างในภาพนั้นมีความสัมพันธ์กันในสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและนั่นทำให้งานชุดนี้มีความเชื่อมโยง สถานที่เข้าด้วยกัน

 

ความสนใจในลักษณะรูปทรงวัตถุ โทนและเวลา (timelessness)นั้น ทำให้เข้าใจอารมณ์การจัดเรียงมุมมองในภาพถ่ายที่เรียบง่ายต่อการเข้าใจและเป็นการสะท้อนความสงบเงียบผ่านช่วงเวลานั้นของการบันทึกความทรงจำการหน่วงเวลาภาพถ่ายทำให้ผมมีโอกาสที่จะเห็นสิ่งต่างๆภายในภาพถ่าย ผู้คนที่ทำกิจกรรมในพื้นที่นั้น แม้นว่ามันจะไม่ปรากฎในภาพถ่ายแต่แสดงถึงความสำคัญของวัตถุนั้นๆในความวุ่นวายรอบๆ ด้วยเทคนิคนี้ มันทำให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความวุ่นวายได้ชัดเจนขึ้น

 

Platinum print เป็นส่วนสำคัญเพราะความทนในการบันทึกภาพ ทำให้ภาพกับความทรงจำนั้นไม่เปลี่ยนแปลงในเวลาที่มันถูกบันทึก อีกทั้งโทนและพื้นผิวช่วยให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น

 

Platinum prints

 

Platinum prints, also called platinotypes, are photographic prints made my a monochrome printing process that provides the great tonal range of any printing method using chemical development.

 

Platinum prints are made by photographers and favored by collectors because of their tonal range, the surface quality and their permanence. A platinum print provides a broad scale of tones from black to white. The platinum tones range from warm black, to reddish brown, to expanded mid-tone brays that are unobtainable in silver prints.

 

Unlike the silver print process, platinum lies on the paper surface, while silver lies on a gelatin or albumen emulsion is used, the final platinum image is absolutely matte with a deposits of platinum absorbed slightly into the paper.

 

“Platinum prints are the most durable of all photographic processes. The platinum group metals are very stable against chemical reactions that might degrade the print-even more stable than gold. It is estimated that a platinum image, properly made, can last thousands of year.” – Dick Arentz
platinum palladium print ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 กระดาษที่ปราศจาคสารเคมีและเหมาะสมกับการอัดภาพจะโดนเคลือบด้วยสารเคมีและรอจนแห้งสนิทก่อนที่นำไปทำปฎิกริยากับแสงแดดหรือ uv light ทำให้เกิดภาพบนกระดาษทีทิ้งโลหะ Platinum/Palladium ลงบนกระดาษ แสงที่ใช้นั้นมีความเข้มของแสงน้อยกว่าการอัดภาพ Chromogenic และ Silver Gelatin หนึ่งส่วนล้าน ซึ่งไม่สามารถทำการฉายรูปลงบนกระดาษโดยตรงได้แต่ใช้การแนบฟิล์มลงบนกระดาษที่ถูกเคลือบสารเคมีแล้วเหมือนการทำ Contact print และขนาดของฟิล์มนั้นคือขนาดของภาพที่เราจะได้

 

Dick Arentz

สิ่งที่ทำให้ Platinum print แตกต่างจากกระบวนการอัดภาพอื่นๆนั้นคือภาพที่อัดนี้จะมีอายุยาวนานโดยที่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 100 ถึง 1000 ปี อีกทั้งความงดงามและยอมเยี่ยมของโทนที่ไม่เหมือนกระบวนการใดๆ การไล่โทนที่สวยงามและการเก็บรายละเอียดของภาพที่สวยงามทั้งในส่วนมืดและส่วนสว่าง